โรงเรียนมนตราหิมาลัย
ยินดีต้อนรับ
ทำการเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก

โรงเรียนมนตราหิมาลัย

โรงเรียนสำหรับผู้วิเศษและความเป็นแฟนตาซีที่ยิ่งใหญ่ ท่านจะได้รับมิตราภาพความสนุกและความสุขจากที่นี่
 
บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนมนตราหิมาลัย

Share | 
 

 กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Prof.White Di Majer
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญ
avatar

จำนวนข้อความ : 118

ค่าสถานะ
พลังชีวิต:
90/100  (90/100)

ตั้งหัวข้อเรื่อง: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Mon Mar 09, 2015 12:33 am

กิจกรรมกลับมาอีกครั้ง  (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)

             จากเหตุการณ์ความไม่สงบของเมืองหลวงมนตราหิมาลัยที่ผ่านมา ทำให้ทางโรงเรียนได้ถูกประกาศปิดไปและได้ส่งนักเรียนกลับไปยังบ้านของตน ซึ่งจากเหตุการณ์นี้สร้างผลกระทบให้กับทางโรงเรียนของเราเป็นอย่างมากทำให้ทางคณะผู้บริหารทางโรงเรียนต้องการทราบข่าวสารนักเรียนของตนเบื้องต้นจึงได้จัดกิจกรรมย้อนความหลังขึ้น

เงื่อนไข


            1.แต่งเรื่องโรลเพลย์ตั้งแต่ที่โรงเรียนปิดไปจนถึงปัจจุบันการรายงานตัวเข้าเรียนอีกครั้ง



                  เงื่อนไขการโรลเพลย์ครั้งนี้



                          -  เมืองหลวงมนตราหิมาลัย แบ่งเป็นสี่ทิศ โดยมี
                                 
                                   เมืองหลวงเป็นศูนย์กลาง(โรงเรียนเราอยู่ในเมืองหลวง)
                                   ทิศเหนือ (เมืองแห่งศิลา ความหนาวเหน็บแต่กลับเต็มไปด้วยเหมืองแร่ อาชีพหลักเมืองผลิตอาวุธ)  
                                   ทิศใต้ (เมืองแห่งแห่งสายน้ำ ดินแดนแห่งความวุ่นวาย ดั่งน้ำทะเลที่บ้าคลั้ง  อาชีพหลักเมือง โจรสลัด)
                                   ทิศตะวันตก(เมืองแห่งวิทยาการ เต็มไปด้วยเหล่าจักรกล เมืองที่ทันสมัย อาชีพหลักเมือง นักประดิษฐ์)
                                   ทิศตะวันออก(เมืองแห่งปัญญา เมืองแห่งการรักษา ห้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ อาชีพหลักเมือง  หมอ )  
                 - ให้เลือกเมืองที่อยู่ตน 1 เมือง (จาก 5 เมือง)
                 - สร้างเรื่องราวของตนว่ามาจากเมืองนั้นอย่างไร ทราบข่าวการเปิดโรงเรียนอย่างไร (เป็นไปได้แนะนำตัวอีกรอบ)
                 - เรียงลำดับเรื่องราวกันดีๆ  ผมคงไม่เห็นเมืองไหนแตกต่างกันสุดขั้ว กรณีสุดขั้วอธิบายด้วยอยู่ตอนไหนของเมืองเหล่านั้น ใครบ้านอยู่ใกล้ใครก็ลองตรวจสอบแล้วอ่านเรื่องราวของเพื่อนด้วยนะครับ ลองมาสร้างเรื่องราวต่อเนื่องกัน (หมายถึงการเอาเพื่อนเข้ามาร่วมในโรลเพลย์ของคุณโดยดูจากเรื่องที่เพื่อนเล่าได้ )นะครับ ^^(รองบอกแล้วกิจกรรมง่ายๆ)
                - ขอให้สนุกนะครับ  สามารถเข้าร่วมได้ทุกคน ใครที่สนใจสามารถมาสร้างเรื่องราวกันได้นะครับ

       2.ในสัปดาห์ถัดไป จะเป็นการโหวตเรื่องยังไง ใครมีเรื่องไหนประทับใจก็เก็บกันไว้ในใจก่อนนะครับ



**** สำหรับนักเรียนใหม่ที่ต้องการจะเข้าร่วม ลองเข้าร่วมกิจกรรมเริ่มต้นนี้ก่อนก็ได้ครับ อีกไม่ช้าเราจะมีการเปิดรับสมัครนักเรียนอีกครั้ง 

******นักเรียนเก่า สร้างเรื่องราวตนมาจนถึงตอนรายงานตัวเลยนะครับ  

1 คนสามารถต่อโรลได้ไม่จำกัดนะครับ (เอาแค่สนุกกัน) 

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย Prof.White Di Majer เมื่อ Tue Mar 17, 2015 7:36 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
Sher

avatar

จำนวนข้อความ : 19

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Mon Mar 09, 2015 2:52 am

กลางดึกสงัดของค่ำคืนคืนหนึ่ง หิมะโปรยปรายร่ายรอบ ลมพัดพาความหนาวเหน็บมาเป็นระยะ แฟรี่สาวสวยตนหนึ่งกระพือปีกบินอยู่กลางอากาศ ในใจหวังเพียงที่พักสักแห่งหนึ่งให้ได้เร็วที่สุด ก่อนที่เธอจะแข็งตายกลางอากาศ ความอดทนมีขีดจำกัด แต่ก่อนที่ความอดทนและเรี่ยวแรงของแฟรี่จะหมดลงจนกระพือปีกไม่ได้ สายตาเธอมองเห็นสถานที่แห่งหนึ่ง ใหญ่โตและสวยงาม สวรรค์ชัดๆ "นี้ฉัน ตายแล้วหรอ" แฟรี่พยายามบินไปให้ถึง และเมื่อมาถึงเธธอได้ประจักษ์แล้วว่า ที่นี้คือ โรงเรียนมนตราหิมาลัย แต่เธอหมดแรงเกินจะบินสำรวจไว เธอจึงนอนพัก

เวลาผ่านไป กำลังของแฟรี่ฟื้นตัว เธออกสำรวจ พบเจอผู้คนมากมาย สถานที่แบบที่เธอไม่เคยอยู่มาก่อน และที่สำคัญ ภูติ แฟรี่อยู่กับธรรมชาติ เป็นภูติดินแน่เลย ที่อาศัยที่เหมาะที่สุด คงจะเป็น ทิศตะวันออก(เมืองแห่งปัญญา เมืองแห่งการรักษา ห้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ อาชีพหลักเมือง หมอ ) เหมาะกับแฟรี่ที่สุดแล้ว

แนะนำตัวสักเล็กน้อย เราชื่อเชอร์นะคะ เป็นสมาชิกใหม่วันนี้ ดีใจที่ได้มาเจอที่นี้นะคะ

_________________
แฟรี่สมองใส หัวใจติดปีก
ขึ้นไปข้างบน Go down
Sarana Night Lutia

avatar

จำนวนข้อความ : 213

ค่าสถานะ
พลังชีวิต:
100/100  (100/100)

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Mon Mar 09, 2015 11:59 am

ณ พระราชวัง ดินแดนแห่งปัญญา ทางทิศตะออก
มีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือที่อุทยานหลวง
เด็กสาวคนนั้นมีผมสีเงินยาวถึงกลางหลัง ตาสีฟ้า ขนตายาวงอน ผิวขาวอมชมพู ปากสีชมพู
เธออยู่ในชุดเสื้อแขนตุ๊กตาสีฟ้า กระโปรงทรงสุ่มสีฟ้าอ่อน สวมสร้อยคอและข้อมือสีเงินจี้รูปหัวใจติดปีกสีทอง
เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของราชาประจำเมืองนี้ ชื่อว่า เซเรน่า ไนท์ ลูเทียร์

ระหว่างที่เธอนั่งอ่านนั้น ก็มีหญิงสาวเดินเข้ามาหาเธอ
"เซจ๊ะ" หญิงสาวคนนั้นเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงตัวเด็กสาว
เด็กสาวเงยหน้าขึ้น แล้วเอ่ยว่า "คะ พี่โซเฟีย" เด็กสาวเอ่ยกับหญิงสาวซึ่งเป็นพี่สะใภ้ของเธอ
"เสด็จพ่อให้มาตามจ๊ะ"
"ตามเซเหรอคะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ"
"เซต้องไปถามท่านเองจ๊ะ" พี่โซเฟียพูดเสร็จก็จูงมือฉันไปหาท่านพ่อ

ณ ห้องทรงงาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เข้ามา" เสียงเข้มเอ่ยมาจากหลังประตู
ฉันเปิดประตูเข้าไปในห้อง
"ท่านพ่อเรียกหาลูก มีอะไรเหรอคะ" ฉันเอ่ยทันทีที่เข้ามาในห้อง แล้วมองชายหนุ่มผมทอง ตาสีทอง ซึ่งก็คือพ่อของฉัน (พ่อของฉันดูเหมือนหนุ่มมากทั้งที่อายุก็.....)
"อ้าว เซมาแล้วเหรอลูก" ท่านเอ่ยขึ้น
"ค่ะ ท่านพ่อมีอะไรกับลูกเหรอคะ"
"พ่อจะพูดเรื่องโรงเรียนมนตราหิมาลัย"
"โรงเรียน?"
"ใช่พ่อจะให้ลูกกลับไปเรียนต่อน่ะ"
"เหตุการจลาจลจบแล้วเหรอคะ ท่านพ่อถึงให้ลูกไปเรียนได้"
"ใช่จบแล้ว แล้วตกลงว่าเราจะไปหรือเปล่า"
"ไปค่ะ" ฉันพูดด้วยเสียงดีใจที่จะได้เจอเพื่อน "ท่านพ่อจะให้ลูกเดินทางวันไหนคะ"
"อีก 2 อาทิตย์เราค่อยเดินทางแล้วกัน จะได้มีเวลาเตรียมตัว"
"ค่ะ ลูกขอตัวไปอ่านหนังสือต่อนะคะ" ฉันพูดเสร็จแล้วเดินออกไปทันที

2 อาทิตย์ต่อมา
ฉันเดินทางด้วยรถม้าจากวังไปชายแดนที่เชื่อมต่อเมืองหลวงของอาณาจักร

ฉันเดินทางมาถึงโรงเรียนอย่างโปรดภัย

แล้วเดินเข้าไปรายงานตัวที่ห้องลงทะเบียน

(เซเรน่า ไนท์ ลูเทียร์ รายงานตัวค่ะ)

เสร็จแล้วฉันก็เดินกลับหอพัก
ขึ้นไปข้างบน Go down
kiroabis

avatar

จำนวนข้อความ : 66

ค่าสถานะ
พลังชีวิต:
100/100  (100/100)

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Mon Mar 09, 2015 12:21 pm

ณ หมู่บ้านเล็กๆทางทิศตะวันออก

"ที่รักกกกกกกกกกก"

"หนวกหูแต่เช้าเลยนะราฟ"

"รู้รึยังว่าเหตุการจลาจลจบแล้วนะ"

"ไม่รู้ แล้วไง ?"

"เราก็จะได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนหิมาลัยแล้วน่ะสิ"

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินกรอกตาสีเดียวกันไปมาอย่างใช้ความคิดก่อนคลี่ยิ้มออกมา

"อีกอาทิตย์นึงผมจะเดินทางไป"

"คร้าบบบบบบบบ งั้นไปกินมื้อเช้ากันฉันทำสุดฝีมือเลยนะ"

"เข้าใจแล้ว" ชายหนุ่มปิดปากหาวก่อนลุกไปอาบน้ำเพื่อมากินมื้อเช้า

1 อาทิตย์

ชายหนุ่มเดินถือกระเป๋าเดินทางมาหยุดอยู่หน้าโรงเรียน

"ผมกลับมาแล้ว...โรงเรียนมนตาหิมาลัย" ชายหนุ่มแย้มยิ้มก็จะหุบลงเพราะเสียงดี๊ด๊าของผู้ร่วมทาง

"จะตื่นเต้นอะไรกันนะ" ชายหนุ่มรีบเดินไปรายงานตัวที่ห้องลงทะเบียน

(ไคโร อาบีส รายงานตัวครับ)

เมื่อรายงานตัวเสร็จชายหนุ่มรีบตรงกลับหอพักทันทีแต่ระหว่างทางก็แวะดูสถานที่อื่นๆในโรงเรียนไปด้วย

-------------------------------------------------------
ขึ้นไปข้างบน Go down
Prof.White Di Majer
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญ
avatar

จำนวนข้อความ : 118

ค่าสถานะ
พลังชีวิต:
90/100  (90/100)

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Mon Mar 09, 2015 2:48 pm

           หลังจากเหตุการณ์ในเมืองหลวงที่เริ่มสงบลง ร่างสูง ผมสีเงินละสายตาลุกขึ้นมองผ่านหน้าต่างห้องของเขาไปยังกลุ่มทหารด้านล่างที่กำลังทยอยเดินเข้ากลับเมืองหลวงหลังจากสามารถจัดการกับกลุ่มกบฎต่างๆได้ พร้อมกับเสียงแตรดังสนั่นที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้งพร้อมคลื่นเสียงทรงพลังถูกส่งมายังเขตเมืองหลวงเพื่อให้ประชาชนได้ยินกันหมด เพียงแค่คำว่า "สามารถปราบกฎบได้.." เสียงชาวเมืองต่างเฮ้ลั่นจนกลบเสียงต่างๆ และต่างพากันทยอยออกมาจากบ้านหลังจากต้องค่อยหลบซ่อนและอยุ่ด้วยความหวาดกลัว 
"ถึงเวลากลับบ้านแล้วสินะ" เสียงแผ่วหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มภายในห้อง พร้อมด้วยดวงตาที่เริ่มเปล่งประกายอีกครั้ง รอยยิ้มคลี่ออกมาเหมือนจะได้พบเจอความสนุกอีกครั้ง ร่างสูงตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าที่ตั้งระเกะระกะบนเตียงนอนและตู้จัดการกระเป๋าพาดขึ้นบ่า เดินลงไปจัดการจ่ายค่าห้องพักโรงแรมพร้อมเดินทางตรงไปยังทางที่คุ้นเคย เสียงคลอเพลงเบาๆดังไปตลอดทางก่อนฝีเท้าหนาจะหยุดลงตรงประตูไม้เลื้อยขนาดใหญ่
            สถานที่ที่มีขนาดใหญ่เกือบกินพื้นทีของเมืองไป 1 ใน 4 แสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่และกลิ่นอายของความศักดิ์สิทธ์และโบราณ ชายหนุ่มตัดสินใจพึมพำบางอย่างเบาๆไม้เลื้อยขนาดใหญ่ที่เคยยึดครองกลืนกินประตูหดลงและเป็นเพียงต้นไม้เลื้อยขนาดเล็ก บรรยากาศถูกแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายของความสดใสอีกครั้ง
            “กลับมาแล้วนะครับ มนตราหิมาลัย” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมเดินตรงเข้าไปทุกอย่างภายในเริ่มกลับมามีสีสัน
            “อ่า จริงด้วย “ ร่างสูงชะงักเหมือนนึกอะไรได้ก่อน หยิบกระดาษปึกหนาขึ้นพร้อมกับหยิบปากกาขึ้นมาเขียนลงไป

ประกาศจากสาสน์รองผู้อำนวยการ
ไวท์  ดิ ไมล์เยอร์ 
เนื่องจาก โรงเรียนมนตราหิมาลัย ได้ทำการปิดการเรียนการสอนไป 
เป็นเวลา 8 เดือนกว่า 
เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติที่ศูนย์กลางเมืองหลวงจึงทำให้ทางเมืองได้ปิดประกาศและยกเลิกการเรียนการสอนชั่วคราวทุกโรงเรียนในอาณาจักรและจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ทำให้ทางโรงเรียนได้ปิดไป 
ในวันนี้วันที่ 07/03/2558
คณะขุนนางทางเมืองหลวงได้ประกาศยกเลิกทำให้ทาง
โรงเรียน จะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง
ซึ่งจากการลงมติของคณะเหล่าผู้บริหาร เล็งเห็นว่า
ความวุ่นวายในเมืองหลวงครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบกับทางโรงเรียนเป็นอย่างมาก
 จึงขอประกาศให้นักเรียนที่ยังต้องการศึกษาต่อ ได้กลับมารายงานตัวอีกครั้ง 



หลังจากร่างสูงเขียนจบลงกระดาษทุกแผ่นกลับปรากฏรอยเขียนที่คล้ายกันแล้วพับตัววิ่งเข้าซองกันจนวุ่นและกลายเป็นกองจดหมายขนาดใหญ่  “ถึงเวลาเยือนเมืองอื่นแล้วสิ” พูดจบก่อนร่างสูงของชายหนุ่มนามว่าไวท์จะสะดุ้งเมื่อมีเสียงหญิงสาวดังขึ้น
“ไวท์ค่ะ สองกองนี้แอลนำไปส่งเองนะค่ะ”พูดจบร่างบางหยิบจดหมายกองที่จะนำไปส่งยัง เมืองทางทิศใต้และทางทิศตะวันตกก่อนหายวับไปทันที
“แอล...ทำไมต้องเหลือแต่เมืองพวกผู้ชายถึกๆให้ผมด้วยเนี่ย” เสียงร้องโหยหวนของไวท์ดังขึ้นพร้อมเหล่มองไปที่กองจดหมายของทางทิศเหนือและตะวันตก
เมื่อแจกจ่ายเสร็จไวท์กลับมายังเมืองอีกครั้งก่อนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นสาวงามอย่างเซเร่น่า และไคโรที่ยืนเก็กหล่อ(?)อยู่ที่หน้าห้องลงทะเบียนจึงรีบเดินไปหาทันที ซึ่งเด็กทั่งสองกำลังยืนคุยกับวิญญาณสาวที่เป็นเจ้าของห้องลงทะเบียนของทางโรงเรียน
“เซเรน่า ไนท์ ลูเทียร์ รายงานตัวค่ะ”
“ไคโร อาบีส รายงานตัวครับ”
เมื่อสองเสียงกล่าวจบก่อนเดินแยกย้ายกลับไปยังห้องเก่าของตนเองทันทีจนไวท์ไม่ทันได้กล่าวทักทายใดๆ
“ยินดีต้อนรับนะเด็กๆ” ไวท์กล่าวพึมพำก่อนเดินกลับไปยังห้องของตนแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นแฟรี่สาวตนหนึ่งที่มีวิญาณสาวภายในโรงเรียนกำลังดูแลอยู่ ก่อนคลี่ยิ้มออกมา
“ต้อนรับการเปิดเรียนและเหล่านักเรียนใหม่ทุกท่าน แล้วเราจะได้พบกัน”
เสียงของไวท์ดังขึ้นด้วยพลังเวทย์ทำให้ดังสนั่นไปทั่วโรงเรียน และมีตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะคิกคักราวกับมีเรื่องสนุกที่กำลังเริ่มต้น



ปึก....เสียงแผ่นกระดาษขนาดเล็กถูกส่งมาโดนหน้าไวท์เข้าเต็มใจพร้อมมีเพียงกระดาษที่เขียนว่า
"ยินดีต้อนรับกลับนะครับ ท่านรอง"  ใครกันล่ะเนี่ย.......

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
Yukihime

avatar

จำนวนข้อความ : 3

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Tue Mar 10, 2015 12:50 am

ในป่าเล็กๆทางทิศตะวันออกมีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังหลับอยู่บนต้นไม้ขนาดใหญ่เธอมีผมสีขาวอมเงินยาวถึงข้อท้าวเด็กสาวใส่ชุกระโปรงยาวสีขาวดวงตาของเธอเป็นม้วงในขณะทีเธอกำลังหรับอยู่นั้นก็มีเสียงนกร้องดังขึ้นทำไห้เด็กสาวตื่นขึ้นมาก่อนที่เธอจะลงจาก
ต้นไม้"ขอบคุณที่ปลุกนะเจ้านกน้อย"เด็กสาวพูดขอบคุณก่อนที่จะเดินออกไปจากป่าเพื่อจะไปที่เมืองหลวงโดยมีเจ้านกน้อยบินตามเธอมาเมื้อเดินมาถึงเมืองหลวงเด็กสาวก็เดินไปที่หอนาฬิกาเพือจะได้ดูรอบๆเมืองหลวง"สวยจริงๆแหะ"เด็กสาวพูดในขณะที่เธอนั่งอยู่บนหอนาฬิกาก็มีกระดาษแพนหนึ่งปริวมาโดนหน้าเธอเด็กสาวยิบมาดูก็ได้เห็นว่าเป็นใบปริวประกาศเปิดโรงเรียนเด็กสาวมองกระดาษแพนนั้นก็จะนั้งคิดอะไรสักอย่างแล้วจริงลงจากหอนาฬิกาแล้วเดินดูรอบๆเมืองหลวง

แนะนำตัวสักเล็กน้อย ยูกิฮิเมะเป็นนักเรียนไหมค่ะฝากตัวด้วยนะค่ะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
LuciferAntonio

avatar

จำนวนข้อความ : 1

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Wed Mar 11, 2015 8:11 pm

บางคนกล่าวว่าโลกจะสิ้นสูญในเพลิงผลาญ
บ้างว่าน้ำเเข็ง
หากเป็นได้ดั่งปรารถนา
ข้าขออยู่ฝ่ายไฟ
แต่หากโลกจักต้องสิ้นสูญซ้ำสอง
ข้อคิดว่าข้ารู้จักความชิงชังเพียงพอ
ที่จะกล่าวว่าการทำลายล้างโลกโดยน้ำเเข็งนั้น
ก็เเสนสาหัส
เเละเกินพอ
ไฟกับน้ำเเข็ง-โรเบิร์ต ฟรอสต์






           ลำแสงแดดเล็ดลอดผ่านช่องผ้าม่าน แปรรูปเป็นพลังงานแสงอาทิตย์แทบจะทันทีเมื่อสัมผัสกับโซลาร์เซลล์แผ่นบางๆ เหนือพัดลมพบพาขนาดมินิ ของเล่นชิ้นนี้เขาได้เป็นของรางวัลในงานวันเด็ก ซึ่งมีคำถามท้ายมาว่า "เจ้าฟ้าชายองค์ใดที่ชอบสะสมฝาโถส้วม" เขาตอบขณะสัปหงก "เจ้าฟ้าชายชาลล์"

       เป็นความจริงอันน่าสะพรึงที่ว่าแต่ล่ะโพเเดงหลังไพ่ แสดงถึงกษัตริย์ที่ใหญ่จากประวัติศาสตร์ โพดำคือชาร์ล เลอ มาญ ข้าวหลามตัดคือ จูเลียส ซีตาร์ แต่ปัจจุบัน แม้แต่คนหลังไพ่พวกนั้นก็ต้องกระโจนหนีเมื่อเทียบกับคนที่พยายามเจียระไนใบพัดขนาดจิ๋วทว่าทรงพลังของพัดลมพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยเข็มลนไฟความร้อนสองร้อยองศา ฟังยังไง ก็เหมือนงมเข็มใต้แมกมา รูเล็กงดงามบ่งบอก ว่าเขาเสียหยาดเหงื่อมากขนาดไหนก็ยังจิ๊บจ๊อย ก่อนที่ภารกิจต่อไปต้องคล้องปลายเส้นด้ายเล็กๆ ทรงอานุภาพเข้าไปในรู้ใบพัด

       มีตำนานอยู่ว่าหนอนริบบิ้นเป็นหนอนที่ยาวที่สุดในโลก แต่ตัวทำลายล้างสถิติคือด้ายที่ต่อกันอย่างหลวมๆ ซึ่งวินาทีต่อมามันเริ่มตึงสนิท แล้วดึงแขนตุ๊กตาไม้ที่กางแขนตั้งฉากกับรักแร้ข้างล่ะเก้าสิบองศา ติดหนาแน่นบนล้อหมุน แถมล้อหมุนถูกบรรจุในจานที่แปะด้วยกาวร้อน หมายถึงลูซีเฟอร์อนุญาตให้มันหมุนรอบตัวเองได้ เฉกเช่นเดียวกับโลก แต่ห้ามเคลื่อนที่ลงจากชั้นวางของเป็นอันขาด

       แขนตุ๊กตาเริ่มหมุนแล้วตามแรงปั่นจากพัดลม(เมื่อถูกแสง) เป็นกระแสเคร่งขึงสู่ด้ายที่ตวัดเกี่ยวกับแขนตุ๊กตาไม้ แรงถกเถียงระหว่างมวลและการดึงทำให้มันหมุนไปฟากกับสมุดจดเบอร์โทรซึ่งเก๊กท่าอยู่ครึ่งๆ กลางๆ เหนือกล่องคุกกี้ หลังจากสมุดจดเบอร์ถูกปัดและด่ำดิ่งลงสู่พื้นอย่างไม่ลืมหูลืมตามทฤษฏีแรงโน้มถ่วง กระแทกกับลูกบอลของเจ้านายสัตว์เลี้ยงที่แสนรัก ซึ่งวางท่าทางก่อนหน้าเหมือนเจ้าสมุดกระจิ๋วหลิวไม่มีผิด

        ภายในสามวิ ลูกบอลน้อยถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวกระเด็นสู่ห้าวอากาศ ลอยระริ่วราวติดปีก
พอเห็นว่าสมควรมันก็เด้งดึ๋งลงมาไต่ในท่อพลาสติกเป็นทางลำเรียง มันกลิ้งไปตามท่อแคบ เพราะเขาตั้งเป็นเส้นทแยงมุมกับพื้นสี่สิบห้าองศา ก่อนเกิดการปะทะรุนแรงกว่าอุกกาบาตพุ่งชนโลกในรัสเซีย* หลังจากที่มันมาสุดทาง เนื่องจากมีลูกบอลอีกลูกที่หน้าตาเหมือนมันเด๊ะๆ แต่ตรงกันข้ามที่เป็นแน่นิ่งกับที่ เพราะมันไร้อิสรภาพที่จะกระเด็นออกเมื่อถูกปะทะเพราะถูกเทปกาวพันธนาการ
ก่อนเจ้าลูกตัวตั้งตัวตีจะกระทบกับลูกที่ถูกติดเทปกาว แล้วตีลังกาจะกระโดดลงไปในกะละมังที่วางไว้ถัดมาเพียงสามเซนติเมตร

        ลูกบอลกลิ้งตามรอบกะละมังเข้าหาจุดศูนย์กลาง หมุนๆ จนกระทั้งเกิดแรงเหวี่ยงไปฟาดขวดนมที่ตั้งตรงใจกลางของกะละมังไว้แล้ว ขวดที่ว่าไม่ว่างเปล่า มันกินก้อนหินลงไปอย่างลำเอียงเพื่อรอจังหวะล้มไปทางหินมากกว่า จากนั้นชั่วอึดใจสั่นๆ การสะดุดล้มของขวดส่งผลให้เชือกที่ตรึงแน่นตรงปากเคลื่อนไหวทำนองเดียวกันกับเริ่มแรก
เชือกเส้นนั้นกระชากถุงธัญพืชอัดแท่งตกลงมา แทบเสี้ยววินาทีนั้นลูกแก้วหนักๆ บนซองธัญพืชอัดแท่งก็พุ่งไปกระทืบเสียงนาฬิกาปลุกซึ่งกำลังกรีดร้องอย่างเกรียวกร้าวเหมือนหมั้นไส้มานาน...

         คาลาฟินาอยากขอบคุณไอสไตน์ที่ประทับอยู่เหนือโมลิกุลของโลกนี้และโลกหน้า ขอบคุณไอรอนแมนที่ทำให้คนบินได้เหนือเตียงนอนของพวกเขาขึ้นมานิดหน่อย ขอบคุณโอมาร์ บอร์กาน อัล กาลาที่หล่อเกินไปจนถูกขับไล่ออกจากประเทศ เธอตกการเขียนกิตติกรรมในวิชาวิทยาศาสตร์และคงเป็นไปตลอดกาล ด้วยความปลื้มมิติอย่างยิ่งที่ได้เจอส่วนผสมของบุคคลสำคัญทั้งหลาย สามสิ่งในหนึ่งเดียว หมายถึงคนเดียวในโลกด้วยนะ

         “สวัสดีๆ ฉันใส่เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข สามเมล็ดพร้อมทั้งความมหัศจรรย์ลงไปอีกหน่อย~ ไว้ภายในแสงอาทิตย์ในหัวใจฉัน~ และปล่อยให้เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขทั้งสามเจริญงอกงาม~ ฉันจะดูแลพวกมันด้วยความอบอุ่นของหัวใจ ฉันใส่กิ่งก้านแห่งสรวงสวรรค์ในชีวิตของฉัน~” เสียงฮัมเพลงลอดผ่านอนุภาคผ้าห่มพร้อมมืออีกข้างที่พ้นจากการกดปุ่มนาฬิกา ซึ่งเขาสมควรได้กดมันเองกับมือ เขาควรจะหัวฟูยุ่งเหยิงตามแผนของคาลาฟินา เธออยากจะกัดนิ้วเรียวกระดิกเต้นให้ขาด แต่ปลายเล็บของเขามีเศษกาวแห้งติดอยู่ เธอเลยเปลี่ยนใจ


      “อรุณสวัสดิ์ลูซีเฟอร์

      “หืม ?” นิ้วชี้ของลูซีเฟอร์หยุดชะงักเหมือนแผ่นสะดุด ในเวลาสั้นๆ มันก็ชี้มาทางเดียวกันกับที่เสียงของคาลาฟินาลอยออกไป

        “วันนี้มีวลิลาคัพเค้ก”

        “ปิ้งโก้ !” นิ้วชี้และนิ้วโป้งของเขาปะกันก่อนจะเกินเสียงปลื้มปิติ

        “งั้น  นายควรจะลุกมาทางอาหารเช้าได้แล้วนะ”

         “ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” คาลาฟินารู้ได้ว่าสายตาที่ช้ากว่าความคิดไม่สามารถดักคำพูดได้เหมือนตารางดักหนูของเจ้าตัวยุ่งอีกเลย กองเสื้อผ้า กางเกงชั้นใน ถุงเท้า สะสมอยู่ใต้เตียงเต็มไปหมด ฝุ่นและโคลนดินชุกชุม รวมไปถึงชุดล่าสุดของเขาก็ปนเปในนั้น

        “ฉันเข้าใจ” คาลาฟินาคงต้องสารภาพว่าเอือมระอากับน้องชายของสามีเต็มทน

        “เข้าใจ ? ไม่ คุณไม่เข้าใจ”

        “ฉันเข้าใจและฉันจะลงไปข้างล่าง หวังว่านายจะอาบน้ำใส่เสื้อผ้า และก็ลงไปรับประทานกับคัพเค้กร้อนๆ”

        “ไม่อ่ะ คุณไม่เข้าใจอะไรเลย คุณมันซื่อบื้อ” เสียงใสแจ๋วมีร่องรอยฉุนเฉียว

         “ฉันขอตัวนะ”

         “เดี๋ยวสิ” เขาลุกขึ้นนั่งขัดตะหมาดบนเตียง ผ้าห่มนวมห่อเขาอยู่สามชั้น ชั้นแรกคือผ้ากำมาหยีสุดหรูเข้ากับสีเตียง ชั้นสองคล้ายธงชาติประเทศเยอรมัน ชั้นสามน่าจะเป็นผ้าปูเตียงของเจ้านาย

         “วันนี้ผมรู้สึกจะไม่สบายเลยฮะ”

         “วันนี้ต้องไปทัศนศึกษาไม่ใช่เหรอ”

         “เพราะงั้นผมถึงไม่สบาย”

         “ครั้งนี้นายต้องไปนะ”

          “ก็...”

         “ลูซีเฟอร์ๆๆ ลูซีเฟอร์ !” เสียงหวีดทรงพลังอาจเป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำให้เจ้าตัวยุ่งจอมรุงรังบนเตียงคลายตัวเป็นเส้นตรงชนิดแข็งทื่ออย่างเสาเข็ม ปลายรองเท้าหนังขัดเงาเรืองรองมาเป็นอำดับแรก เมื่อสะท้อนกับลืบแดด นาฬิกาสีเงินรัดแน่นบนข้อมือไซน์แห้งแล้งกำลังดีก็กระเจิดแสง

          “เวรกรรม...” ลูซีเฟอร์ห่อไหล่เหงาหงอย

           “ลูซีเฟอร์ !”

            “ผมสาบานได้ผมไม่ได้เอานาฬิกาเรือนที่สิบหกของพี่ไปเลย” เจ้าตัวยุ่งพูดซ้ำอยู่ประมาณสามรอบน้ำเสียงแผ่วเบาตามลำดับจากพิษฝันละเมอ

             “ไม่ใช่แค่เรือนที่สิบหกแต่เป็นเรือนที่สิบแปด”

            “ก็ทั้งสอง”

            “สิบหก สิบเจ็ด และสิบแปด !”

             “งั้น ทั้งสามหลังนั้นแหละ”

             “เขาเรียกเป็นเรือน !” ลูเซี่ยนครางดุดันในลำคอและขู่ฟ่อทางสายตา

             “เรือน เขาก็เรียกเป็นหลังแหละ”

             “มัน - อยู่ -ไหน”

             “ผมไม่...รู้...” มีเสียงกรนปนออกมา ลูซีเฟอร์เงยหน้าหลับ

             “แล้วนี่มันกี่โมงแล้ว !” มือวกวนของลูเซี่ยนดูสับสนอลหม่านแม้จะว่างเปล่า นิ้วยาวสลวยวาดลวดลาย ราวจะปั่นมนต์ในอากาศให้คลั่ง แม้แต่เกย์ชั้นสูงในอังกฤษก็จะไม่ทำแบบนี้ ลูเซี่ยนจะดูอ่อนช้อยและน่าจับตามองมากจนเกินไป

            “เจ็ดโมง” จอมยุ่งปรือตาขึ้นมาดูลานเลา แล้วทำท่าจะถอยลงห้วงนินทราใหม่

             “นายต้องไปโรงเรียน แล้วนั่นนายไปทำอะไรกับตา”

             “มันก็...จู่ๆ เจ้านายก็วิ่งมาพร้อมลูกบอล จู่ๆ ผมก็วิ่งไปแย่งจากมัน จู่ๆ มันก็ขัดขืน จู่ๆ ผมก็วิ่งไล่มัน จู่ๆ ผมก็จับขามันได้ จู่ๆ ผมก็งัดปากมัน จู่ๆ ผมก็ดึงลูกบอลออกมา จู่ๆ มันก็วิ่งมากัดขากางเกงผม จู่ๆ ผมก็ลื่นล้ม จู่ๆ  หน้าผมก็ตะครุบพื้น จู่ๆ ตัวผมก็เปื้อน  แล้วมันก็ไล่เอาลูกบอลกับผม ผมเลยปาแจกันใส่มัน มันหลบได้ ผมเลยวิ่งหนีขึ้นมาในบ้านได้ก่อน...” ลูซีเฟอร์นิ่งเงียบอย่างตื่นตระหนกเหมือนจะสะอึก ก่อนเขาจะทำตาลอยในครู่เดียวกัน “เอ๋...ผมลืมคำว่า ‘จู่ๆ’ ตั้งสี่ประโยค งั้นผมจะเล่ามั้ย พี่จะได้เชื่อว่ามันเกิดขึ้นเอง จู่ๆ เจ้านายก็วิ่งมาพร้อมลูกบอล จู่ๆ ผมก็วิ่งไปแย่งจากมัน จู่ๆ...”

             “จากไอ้คำว่า ‘จู่ๆ’ ของนายใช่มั้ย พอที ! ไม่จำเป็นต้องมีแจกันใบสุดท้ายอีกแล้ว นายไม่มีคุณสมบัติเลยให้ตาย” นิ้วมือและปากพะอืดพะอมหงิกงอตามความถี่ของคลื่นโทสะ ผมเซ็ตราบเป็นมันเงามีแววจะตั้งชั้นและสะบัดเป็นหนาม “ไป - ตาย – ซะ – เถอะ”

            "ง่า... ตายได้แน่นะ”  ลูซีเฟอร์สลบคอพับ แต่ช้ากว่ามือของพี่ชายไปสามเท่า

           “โอ้...ไม่!” เมื่อมือเรียวปะทะกับล้ำแสงอันเดียวกันกับฉนวนพลังงานพับพาพัดลม แสงระคายอ่อนๆ เหนือปลายเล็บ ลูเซี่ยนถึงกับขนพองอย่างสยดสยอง “อีกห้านาที...”

            “สิบเถอะฮะ”

            “ห้านาที !” ลูเซี่ยนทำเหมือนจะกรีดร้อง ดวงตาเบิกกว้าง “ไม่นะ ! ดูสิ แหวนนี่ ฉันเพิ่งใส่เมื่อวานนี้ ฉันลืมดูได้ไง ฉันใส่แหวนซ้ำกันเหรอเนี่ย ทองคำขาวไม่เข้ากันกับเสื้อสีเลือดนกของฉันเลย ฉันต้องรีบเปลี่ยน ให้ตายเถอะ”

             หลังจากนั้นคนร่างสูงเพรียวก็วิ่งสติแตกออกไปโดยไม่สนใจว่าที่ภรรยาเลย ผลประโยชน์จึงตกแก่ลูซีเฟอร์เพียงผู้เดียว

             "กางเกงที่มีนาฬิกาอยู่ไหนนะ ผมวางไว้ไหนนะ...” น่าทึ่งที่เขาไม่นอนต่อ จอมยุ่งลุกขึ้นจากเตียง ผ้าห่มถูกทอดทิ้งออกจากร่างเกือบเปลือย ผ้าปูที่นอนของเจ้านายเท่านั้นที่ช่วยให้เขาพ่นจากคำว่าล่อนจ้อนมานิดหน่อย คาลาฟินารอเขาก้าวเข้าห้องน้ำตลอดรอดฝั่ง ก่อนจะหันหลังกลับเมื่อเครื่องซักผ้ามีคำเตือน เสียงดูครื้นเครงมากขึ้น

ครื้น !!!

             “ไม่!” เธอหยุดหายใจ ในจังหวะ ก่อนจะออกวิ่งทันที เครื่องซักผ้าเพิ่งถอดใหม่คำรามอย่างพิโรธ โลหะกึกก้องดังพอจะเสียดสีหูของลูเซี่ยน และพระเจ้าอาจส่งนรกจากเบื้องบนลงมา

           กึก กึก! เคร้งงงง!

            และทันใดนั้นเศษเข็มนาฬิกาก็กระเด็นออกมา สายรัดของนาฬิกาทั้งสามเรือนติดอยู่ที่ร่องเครื่องปั่น คาลาฟินารีบเก็บกวาด ก่อนจะมีกลิ่นไฟ

         “ปั้มป่าม ปั้มป่าม~ ปั้มป่าม ปั้มป่าม~”

         “ลูซีเฟอร์ !”

         นี่ เขาลงมาตอนไหน ให้ตาย ถ้าเขายอมเข้าห้องน้ำแต่โดยดีนี่สิแปลก !

         “ว่า? -3-” ควันจากเตารีดไอน้ำส่งกลิ่นฉุน แผ่นแฮมยับย่นเมื่อถูกความร้อนจากเตารีดลนจนสุก

         “นายทำอะไร”

         “ทำอาหารเช้าไง -3-”

        “ฉันทำให้แล้วไง แล้วถ้าจะอุ่นแฮมทำไมไม่ใช่ไมโครเวฟ”

        เขาเบ้ปาก “มันไม่มีฝา”

         “แล้วฝา?”

        เขาเกาหัวคิ้ว “ไม่รู้แหะ -3-”

        “ไปอาบน้ำซะ”

        “ฮะ คาลาฟินา”

         คาลาฟินาท้าวเอว ก่อนเจ้าหมาหงอยจะเอาตะเกียบคีบแฮมไหม้กินไปตามทาง

         “บ้าที่สุด” ไม่ช้าเธอก็งัดนาฬิกาสามเรือนของสามีออกมาได้ แล้วทันใดนั้น สายน้ำจากชั้นสองก็เทกระหน่ำจากระเบียง

         “ลูซีเฟอร์!!!” คาลาฟินาตะคอกไปทางหน้าต่างซึ่งชั้นบนเป็นรังของเจ้าจอมยุ่ง

         “ฮะ...-3- ?“

         “ทำอะไรอีก!”

         “ผมกำลังรดน้ำต้นไม้...ไงฮะ”

         “แต่นั้นมันของคนข้างบ้าน หยุดแล้วอาบน้ำได้ยินไหม !”

         “ฮะ คุณคาลาฟินา...”

         “อยากจะบ้า” คาลาฟินาถอดหายใจเมื่อเสียงน้ำหายไป แต่แล้ว...

        “อ๊ากกกก คาลาฟินาๆๆ” ลูเซี่ยนวิ่งตะเพิดลงมา ก่อนที่เขาจะวิ่งถอยหลังมาหาภรรยา เมื่อรู้ว่าวิ่งเลยเธอไปไกล

        “มีอะไรเกิดขึ้นเหรอคะ ที่รัก !?”

        “ใช่ ร้ายแรงที่สุด กางเกงยี่ห้อชาเนลของผม พระเจ้า ลูซีเฟอร์เอาไปปูให้เจ้านายนอน และอะไรอีกกางเกงในเสือดาวตัวโปรดถูกชำแหละ ยังมีสยองกว่านั้น งูแคลเลียนอยู่ในตู้น้ำหอมของผม อ๊ากกกก” ว่าที่สามีทูนหัวกระโจนกอดเธอเหมือนหลบภัย

         “เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากเลยนะคะ ทูนหัว” คาลาฟินาเอื้อมมือกุมหน้าอ่อนหวานนั้นเบาๆ เพื่อปลอบโยน

         “นั่น มันงูปลอบ -3-” เจ้าตัวแสบเดินออกมาด้วยท่าทางซึมเศร้า

         “ไปโรงเรียนได้แล้ว! ฉันล่ะห่วงอนาคตนายจริงๆ” ลูเซี่ยนกัดฟันกร่อนจนเสียดสีแก้วหูของลูซีเฟอร์ ก่อนจอมยุ่งจะตอบกลับ

        “คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่พยายามทำอะไรใหม่เลย ผมไม่เคยคิดถึงอนาคต เพราะมันจะมาในไม่ช้า” ลูซีเฟอร์ยัดเศษโลหะและอาหารเช้าที่พี่สะใภ้เตรียมไว้ลงกระเป๋าเป้ทหารของพ่อ เหมือนมันจะใส่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการได้ ยกเว้น...เจ้านายที่นอนสบายในอ้อมอกชุดชั้นของลูเซี่ยนอย่างน่าริษยา

        “เฮ้อ...” ลูซีเฟอร์พึมพำ “ฉันจะคิดถึงนายนะ ไอ้สัตว์หน้าขน แล้วก็จะเอากระดูกของฟาโรห์มาฝากด้วย ฉันหมายถึงถ้าฉันไปถึงพิพิธภัณฑ์โดยปลอดภัย รสชาติมันคงแบบเดียวกันกับแซนวิชที่คาลาฟินาพยายามจะฆ่าฉันแน่ๆ”

          “หงิง...” เจ้าขนปุ้ยกระดิกหางไปมาในตะกร้าเหมือนโบกมือ ก่อนลูซีเฟอร์จะหันกลับไปมองผู้ปกครองสามีภรรยา

           “ไปแล้วนะฮะ แล้วผมจะคิดถึงพี่” ลูซีเฟอร์เอียงคอเล็กน้อย ก่อนจู่ปากเป็นสามจังหวะ “จุ๊บๆๆ -3-”

          “ไปเลย ให้ตายไอ้เด็กเวร” ลูซีเฟอร์ยังคงค้างในท่าเอียงคอตอนลูเซี่ยนสาปส่ง และกระพริบตาปริๆ มาหาคาลาฟินา เธอกำลังแสร้งยิ้มพอดีเลย

         “โชติดีจ๊ะ”....ขอให้นายรถคว่ำในทัศนะศึกษาและไม่ต้องกลับมาอีกเลย

         อ่า...เหมือนพระเจ้าจะพระทานหูทิพย์ให้เขาซะแล้ว ความลับของการสร้างสรรค์คือการรู้วิธีซ่อนที่มาของความคิดนั้นอย่างแนบเนียน และเขาเชื่อว่าพระเจ้าคงไม่เล่นลูกเต๋าพลิกแพลงชีวิตได้อย่างคาลาฟินาต้องการ



flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower




           ลูซีเฟอร์เดินออกมาจากบ้าน ผ่านสวนของคุณนายมาร์การ์เร็ต ได้กลิ่นฉุนของซุปหอมหัวใหญ่เดินมาเบิกทางให้จอมยุ่งและนำเขาเข้าสู่กลิ่นไอแบบดาร์ก ดอกไม้สีน้ำเงิน อาจจะเป็นดอกคลีมาทิส เป็นพ่วงพุ่มหลบซ่อนอย่างลี้ลับใต้เงาใบหนาทึบ เถาวัลย์ต้นเฮเซิลเกี่ยวพันสายน้ำพุราวกับหม้อต้มยาของแม่มด

          ผีเสื้อสีดำตัดฟ้าบินขย่มอากาศโคลงเคลงมาเป็นกลุ่มใหญ่ ผ่านหน้าต่างกระจก คงเป็นควันโขมงของหม้อต้มสมุนไพรวิเศษของแม่มด และจากนั้นประตูของวิหารก็เปิดออก ลูซีเฟอร์ทำท่าลังเลว่าจะไปไหนดี แต่มันก็ไม่ได้ยากลำบากในการตัดสินใจในเวลากระชั้นชิดเมื่อปลายเท้าของเขามาถึงหน้าต่างรูปวงรี

         “คุณมารการ์เร็ตฮะ”

         “อ้าว  ลูซีเฟอร์เองหรอกเหรอ ทายสิฉันกำลังทำอะไร”

        “ซุปหอมหัวใหญ่”

        “เก่งมาก งั้นฉันจะมอบซุปสุดวิเศษนี้ให้เธอไปโรงเรียนนะ” ร่างท้วมโอบอ้อมตักซุปลงในปิ่นโต

        “ขอบคุณฮะ แต่ผมมีคำถามนะฮะ”

        “อืม. พ่อหนูขี้สงสัย เธอจะถามอะไรฉันอีก คงไม่ใช่ปัญหาที่ว่าหนุมานกับซุนหงอคงใครเก่งกว่ากันหรอกใช่มั้ย”

       ลูซีเฟอร์ส่ายหน้ารั่ว “ผมอยากจะเจอความฝัน ในโลกที่ภาพลวงตาเป็นความจริง  ที่ไม่มีลูเซี่ยนและคาลาฟินาบ่งการผม  ที่ที่ผมเลือกจะเป็นอะไรก็ได้ ที่ที่ไม่มีทัศนะศึกษาอันน่าเบื่อในพิพิธภัณฑ์ ที่นั้นน่าจะเป็นที่ไหนเหรอฮะ”

    “โรงเรียนดีที่สุดแล้วนะ”

     “คุณครูก็พูดแบบนั้น แต่มากที่สุดเราก็แค่ก้มทำงานตามมาตาฐานการศึกษาเท่านั้นเอง” ลูซีเฟอร์คลอเคลียคางกับขอบหน้าต่างอย่างเศร้าซึม

       “สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ อย่าหยุดตั้งคำถาม ความกระหายใฝ่เรียนรู้นั้นมีเหตุผลในตัวมันเองที่จะต้องดำรงอยู่ ช่วยไม่ได้เลยที่เราจะรู้สึกครั่นคร้ามเมื่อได้ครุ่นคิดถึงความลึกลับแห่งนิจนิรันดร์ชีวิต และลักษณะอันน่าพิศวงของสัจจะ แค่เพียงได้คิดคำนึงถึงความลึกลับเหล่านี้วันละนิดเพียงพอ จงอย่าได้สูญเสียความกระหายใฝ่รู้อันศักดิ์สิทธิ”

        “แต่ผมคิดว่าปัญหาที่ผมกำลังเรียนรู้ ก็คือการเรียนรู้ของผมเอง” ลูซีเฟอร์ปีนไปนั่งบนขอบหน้าต่างเสียแล้ว

       “งั้น  อยากจะหลุดพ้นหรือเปล่าล่ะ” มาร์การ์เร็ตยกยิ้มอย่างที่ลูซีเฟอร์ไม่เคยเห็น

       “หลุดพ้นเหรอครับ ออกจากโลกนี้ไปสู่อีกจักรวาลหนึ่งเหรอ”

       “ไม่ พันธะของตัวเธอเอง”

       หมับ !

       “เหวออออออ!!!!”


        มาร์การ์เร็ตผลักเขาลงไปทางหน้าต่าง แต่ดินที่นั้นกลับถอดยาวลึกลงไปในที่ที่มืดมิด



flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower  flower



         ณ. ทิศตะวันตก(เมืองแห่งวิทยาการ เต็มไปด้วยเหล่าจักรกล เมืองที่ทันสมัย อาชีพหลักเมือง นักประดิษฐ์)
         นั้นคงไม่ใช่เสียกนกไนติงเกลกำลังคุยกันแน่ๆ ไม่ใช่เสียงหมอนที่รองรับใบหูของเขาในตอนนี้ และที่สำคัญมันคือเสียงของพวก...ใครกัน? กลุ่มใครสักคนที่ลูซีเฟอร์ไม่น่าจะรู้จักมาก่อน แต่มันวนเวียนอยู่ในโพรงประสาทของเขาเหมือนอาการเดจาวู มันคล้ายกับว่าเด็กหนุ่มกำลังลอยอยู่กลางบทสนทนา เนินนานเท่าไรไม่รู้ ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าไม่ได้ลอยอยู่คนเดียว

         “ไง...” ร่างหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้น... ร่างนั้นเรียกลูกไฟสีฟ้าลูกหนึ่งลงมา ความกระตือรือร้นของลูซีเฟอร์ทำให้มันเริงร่ายและหมุนวน  มันแตะที่หัวไหล่ของเขา  แล้วหมุนวนเป็นวงกลม  แขนเด็กชายกระตุกจากความร้อนอ่อนๆ ที่ชวนจั๊กจี้นั้น  ร่างปริศนาเรียกเปลวไฟลงมาอีก  ปล่อยให้มันเคลื่อนไปตามแนวโค้งเว้าบนแผ่นหลังเขา แล้ววางลูกต่อไปที่ลำคอเขา ทำให้มันลอดเข้าใต้เส้นผมและม้วนตัวแทรกผ่านเข้าไปในเส้นผมสีน้ำตาลเกือบดำ

         “คุณเป็นใคร ทำไมผมมาที่นี่ ผมขยับตัวไม่ได้เลย ผมกำลังเป็นอัมพาลเพราะตกจากที่สูงใช่มั้ยฮะ” เสียงของลูซีเฟอร์ดังเล็ดลอดออกมาจากตรงกลางช่องอก แม้ปากไม่ได้ขยับเลย

         “เธอไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่กำลังปรับตัว ส่วนคำถามที่ว่าฉันเป็นใคร เร็วๆ นี้เธอคงรู้” ร่างปริศนาดึงดวงไฟกลับไปในอุ้มมือแล้วบดพวกมันเหลือแต่เศษผงทิ้งรอยกลิ่นไหม้

        “ปรับตัวเหรอฮะ..ที่นี่เป็นเมืองผู้วิเศษเหรอฮะ” แม้แต่เสียงพึมพำของเขาก็กังวานไปทั่วในห้องสีขาวสว่าง

       “ผู้วิเศษเป็นเรื่องธรรมดาของที่นี่”

       “งั้น...ผมคงไม่ใช่เรื่องธรรมดา ผมเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่หลุดเข้ามาในนี่”

       “หึ ลูซีเฟอร์ อะไรที่ทำให้เธอแบ่งแยกตัวเองนักหนา เธออยู่ในโลกมนุษย์ เธอกลับคิดว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่น และขณะที่เธอยู่ที่ที่อื่น..ซึ่งไม่ใช่โลกมนุษย์ เธอกลับบอกว่าตัวเองนั้นธรรมดา  ธรรมดาอาจแปลกใหม่สำหรับที่นี่ มนุษย์ธรรมดาช่างแปลกใหม่ก็จริงที่มาอยู่ที่นี่ได้ เธออย่ากังวลเลยนะ เวลาจะช่วยสมานเธอกับสิ่งแวดล้อมของที่นี่”

      “มนุษย์จะเป็นภาระใช่มั้ย”

      “มนุษย์คืออะไรเหรอลูซีเฟอร์ เธอตอบคำถามฉันมาสิ”

       "มนุษย์ชาติเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจักรวาล ที่จำกัด เวลาและสถานที่ เขาค้นพบตัวเอง ความคิด ความรู้สึก ที่แยกออกจากคนอื่นๆ สิ่งที่หลอกลวงนี้คือคุกสำหรับเรา แยกเราให้สนใจแต่ความต้องการของตัวเอง และความรักของคนใกล้ชิด งานของเราคือ หนีออกจากพันธนาการนี้ ทำใจให้กว้าง รักทุกสิ่ง แต่ก็ไม่มีใครทำได้โดยสมบูรณ์ “

     “งั้นเสียใจด้วย ที่โลกนี้ก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน ทุกที่มีความเชื่อ ศรัทธาและพวกพ้องปลูกติดกันเสมอ มองธรรมชาติให้กว้างใกล้ออกไปสิเด็กน้อย  ทุกสิ่งทุกอย่างควรทำอย่างเรียบง่ายเท่าที่เป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ง่ายเกินไป เธอเองก็คงทำไม่ได้อย่างที่พูดมาหรอกใช่มั้ย ถ้าเธอหลุดพ้นไปแล้ว เธอไม่คิดว่าเธอเห็นแก่ตัวที่ไม่หันกลับมาสนใจคนรอบข้างหรือ”

      “....” ลูซีเฟอร์นิ่งคิดตามน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนจากเงาปริศนา

     “สิ่งที่เข้าใจยากมากคือ “โลก” แต่ก็เป็นสิ่งที่เราสามารถเข้าใจได้เหมือนกันนะ...เราย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยการใช้สติระดับเดียวกับผู้ที่สร้างมันขึ้น”

      “หมายถึงพระเจ้าใช่มั้ยฮะ...”

      “เธอเองก็คงเชื่ออย่างฉัน...พระเจ้าไม่ได้นั่งเล่นหมากฮ็อตเพื่อพลิกแพลงชีวิตใคร หรือยกย่องใครเกินไป หรือทำให้ใครแตกต่างจนเกินไป ลูซีเฟอร์เธอเป็นผู้ใหญ่และก็ดูเด็กอยู่มากนัก ฉันจึงมอบโอกาสนี้ให้เธอ เรียนรู้โลกใหม่ มีสองวิธีในการใช้ชีวิต คือ  ทางหนึ่งไม่มีอะไรมหัศจรรย์เลย กับอีกทาง ทุกสิ่งล้วนมหัศจรรย์ แต่เธอก็เห็น มีแต่สิ่งที่ต้องเรียนรู้ทั้งนั้น จงอย่าอวดอ้างตัวเองว่าเป็นคนที่กำลังศึกษาและทำความเข้าใจในสิ่งที่ไม่ยากเลย ในเมื่อเธอไม่ยอมรับกฎกติกาอะไร การศึกษาที่ว่าของเธอก็สูญเปล่า”
 
       “ฮะ...ผมจะจำไว้”

       “ดี งั้นเธอจงรอ รอให้ถึงเวลานั้น วันที่เธอจะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนมนตราหิมาลัย”

       “ฮะ...”

        “แต่มันไม่ง่ายหรอกนะลูซีเฟอร์ เธอต้องผ่านด่านอีกมากมายเลยทีเดียว”

        “ผมรับคำท้า”

        เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ “เจ้าเด็กจองหอง งันพักเถอะ แล้วเจอกัน”

        ลูซีเฟอร์เห็นเพียงปลายเส้นผมสีขาวราวดอกฝ้าย แต่ก็จางมากจนกระทั้งมันหายลับตา พร้อมสติของเขาที่ค่อยๆ อ่อนลง...


ลูซีเฟอร์.


--------------------------------------------------------------------------------------
เเนะนำตัวสักนิด
I love you ชื่อ ::  ประมุข/ลูซีเฟอร์
cyclops อายุ  :: 17-18
tongue นิสัย :: รักไวท์>ขี้เล่น>หื่น>นอกกรอบ>จริงจังกับชีวิต (> หมายถึง เครื่องมากน้อยกว่า)
 @ เเล้ว? :: ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ Wink
*****ชอบ :: ไอ้ตัวนี้ -> affraid
[/size]
ขึ้นไปข้างบน Go down
Ares Olivara



จำนวนข้อความ : 7

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Thu Mar 12, 2015 12:10 am

ทิศใต้ของเทือกเขาหิมาลัย เมืองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะแห่งเหมันตฤดู ท่ามกลางความเงียบสงบ บัดนี้มีเสียงตีเหล็กดังออกมาจากบ้านไม้หลังเล็กที่สร้างอยู่ตีนเขา ทางเข้ามีป้ายไม้สลักอักษรขนาดใหญ่ว่า

                                "Ares the Blacksmith"
         เรื่องราวของร้านตีเหล็กนี้นั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย เนื่องมาจากเหตุวุ่นวายของเมืองหลวงทางภาคกลางที่ทำให้โรงเรียนมนตราถูกปิดไปนั้นรุนแรงใช่เล่น ทางโรงเรียนจึงต้องส่งนักเรียนกลับไปบ้านเกิด แต่หากว่า ยังเหลือเด็กหนุ่มสู้ชีวิต ผู้หันหลังให้กับตำแหน่งองค์ชายของราชอาณาจักร มาเปิดร้านตีเหล็กทำอาวุธเล็กๆอยุ่ที่ตีนเขา ชีวิตของเขาในยามที่โรงเรียนถูกสั่งปิดจะเรียกได้ว่า'หาเช้า กินค่ำ'ก็ไม่แปลก เพราะถึงแม้จะมีฝีมือในการตีเหล็กดีขนาดไหน ทว่าในทางเหนือนั้นถูกปกคลุมไปด้วยฤดูหนาวซะส่วนใหญ่ เครื่องไม้เครื่องมือที่ถูกทำขึ้นจึงไร้เจ้านาย และอาชีพตีเหล็กจึงเข้าขั้นวิกฤติ แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ย้อท่อต่อโชคชะตา 'เอเรส'เด็กหนุ่มสู้ชีวิตจึงหาอาชีพเสริมได้ในที่สุด และอาชีพที่ว่านั้นก็คือ 'นักล่า' คนที่จะทำอาชีพนี้ได้นั้นจำเป็นต้องมีฝีมือต่อสู้เข้าขั้น เพราะงานส่วนใหญ่ก็คือการล่าทั้งคนและสัตว์ ไปจนถึงปีศาจ เนื่องจากเป็นอาชีพที่เสี่ยง รายได้จึงขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงานซะส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางครั้งที่งานครั้งนัันถูกตั้งราคาเอาไว้แล้ว จะสูงจะต่ำก็ขึ้นอยู่กับผู้จ้างวาน เอเรสยังคงยึดอาชีพสองอาลีพนี้เรื่อยมาจนวันหนึ่ง ประกาศจากทางเมืองหลวงได้ส่งมาถึงทางเหนือ ข้อความที่พูดผ่านกันมาว่าเมืองหลวงสงบแล้ว ลั่นไปทั่วอาณาจักร ประชาชนต่างก็ออกมาฉลองให้กับเมืองหลวงที่เหตุการณ์สมารถสงบลงได้สักที
         "ในที่สุด วันนี้ก็มาถึงสินะ..."
เด็กหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปรี่ยมไปด้วนความหวัง แววตาทอประกายเจอจรัสรับแสงอรุณจากขอบฟ้าไกล เขายื่นมือออกไปราวกับจะไขว่คว้าบางสิ่ง
        "มนตราหิมาลัย...จะกลับมาแล้ว"
เขาหันกลับเข้าไปในบ้าน เปิดตู้เสื้อผ้าของเขาแล้วหยิบกล่องไม้ขึ้นมาเปิด ภายในมีห่อผ้าสีขาวที่หุ้มชุดสูทสีดำเอาไว้
        "เอาละ.....Ares the Blacksmith ปิดกิจการแล้ว!!"
เอเรสตะโกนออกมาด้วยความดีใจสุดขีด จากนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปอาบน้ำ สวมชุดสูทที่ไม่ได้ใส่มาเนิ้นนานอย่างภาคภูมิ
        "มนตราหิมาลัยเอ๋ย......ฉันจะไปหาละนะ!!"
ว่าแล้วก็เรียกเอาบอร์ดที่สร้างขึ้นจากน้ำแข็งมาเป็นพาหนะ
        "ไปกันโล้ด!!!"
ขึ้นไปข้างบน Go down
Prof.Ellinazz
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญ
avatar

จำนวนข้อความ : 16

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Thu Mar 12, 2015 3:13 am

“ห้าว...” หญิงสาวร่างสูงโปร่งพร้อมเรือนผมสีเงินลุกขึ้นบิดขี้เกียจช้าๆจากเสียงโห่ร้องของเหล่าชาวเมือง
“อะไรกันเนี่ย..” เธอพึมพำด้วยใบหงุดหงิดเพราะการปลุกในตอนเช้าแบบนี้เป็นอะไรที่เธอไม่ชอบทีสุด เธอลุกขึ้นอาบน้ำพร้อมเก็บกระเป๋าเดินทางเพื่อไปยังเมืองต่อไป ในตอนนั้นเองสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นจดหมายสีน้ำตาลฉบับหนึ่งพร้อมตราผนึกจากทางการ เธอคว้าเปิดอย่างไม่ลังเล ใบหน้าหงุดหงิดยามนั้นแปลเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นในทันที จุดหมายของเธอเปลี่ยนแปลงแล้ว...

“ต้องรีบบอกทุกคนแล้ว” ขณะนั้นเองเธอก็เห็นชายหนุ่มผมเงินผู้ที่เธอรู้จักออกเดินทางล่วงหน้าไปแล้ว
“ไม่รอกันเลยแหะ..แบบนี้ต้องโดนซะหน่อย” เธอพึมพำพร้อมคว้ากระเป๋าเดินทางและส่งจดหมายให้กับคนสนิทอีก 2คนที่เหลือก่อนจะเดินหายไปในประตูมิติที่เธอเปิดรอไว้ก่อนหน้านี้

“สวัสดี..มนตราหิมาลัย เรากลับมาแล้ว”
ทันทีเธอเอ่ย ใบไม้ทั่วทั้งป่าพัดปลิวไสว ดอกไม้นับร้อยเบ่งบาน สัพสัตว์เปล่งร้องพร้อมกันพร้อมกับแสงสว่างวาบจากโรงเรียนศักดิ์สิทธ์ราวกับตอบรับผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในที่แห่งนี้ ศาสตราจารย์ใหญ่ แอล วาเนเซีย
“ยินดีต้อนรับกลับค่ะท่านหญิง” ภูติสาวประจำโรงเรียนกล่าวต้อนรับพร้อมรอยยิ้มหวาน
“สวัสดีจ่ะเรเน่ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง” ผอ.สาวตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“ตอนนี้มีนักเรียนกลับมารายงานตัวแล้วคือ นักเรียนเซเรน่า/นักเรียนไคโร และนักเรียนเอเรสเจ้าค่ะ ส่วนนักเรียนใหม่ที่เพิ่งมาสมัครคือ คุณลูซิเฟอร์/คุณเชอร์/คุณแฟรี่ และคุณยูกิฮิเมน ส่วนท่านไวท์เพิ่งมาถึงไม่นานเจ้าค่ะ” ภูติสาวรายงานความเคลื่อนไหวก่อนที่นายของเธอจะมาถึง
“ขอบใจมากจ่ะ” เธอกล่าวขอบคุณพร้อมเดินกลับห้องทำงาน ระหว่างนั้นชายหนุ่มผมเงินคนที่เธอเคืองกำลังวุ่นวายกับกองจดหมายมากมายพอดีความสนุกก็แล่นเข้าสู่หัวเธอทันที

“เด่วกองนี้แอลเอาไปส่งเองนะค่ะ” ผอ.สาวถือวิสาสะหยิบจดหมายของเมืองแสนสงบทันทีและเหลือเมืองที่น่ากลัวไว้ให้เจ้าตัวก่อนจะแอบปาโน๊ตกระดาษ “ยินดีต้อนรับกลับนะครับ ท่านรอง” ไว้ให้อีกฝ่ายสับสนเล่นโทษฐานที่ไม่รอเธอกลับโรงเรียน
“หึหึ..” รอยยิ้มมุมปากปรากฏหลังจากที่เธอได้แกล้งเรียบร้อย  บานประตูสีขาวนวลเปิดกว้างทันทีที่เจ้าของกลับมาถึง เธอแถบไม่ต้องจัดการอะไรใดๆเพราะมันเรียบร้อยรอเธออยู่เสมอมา
 

“ความสนุกกำลังจะกลับมา...” เธอพึมพำด้วยรอยยิ้มแห่งความเจ้าเล่ห์พร้อมกับเปลี่ยนให้ทั่วทั้งอาณาเขตกลายเป็นหิมะ สถานที่เธอชื่นชอบที่สุด

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
Dericlaplafralar

avatar

จำนวนข้อความ : 37

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Fri Mar 13, 2015 8:36 pm

ณ หมู่บ้านเล็กๆทางทิศตะวันออก

"ที่รักกกกกกกกกกก"

"หนวกหูแต่เช้าเลยนะราฟ"

"รู้รึยังว่าเหตุการจลาจลจบแล้วนะ"

"ไม่รู้ แล้วไง ?"

"เราก็จะได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนหิมาลัยแล้วน่ะสิ"

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินกรอกตาสีเดียวกันไปมาอย่างใช้ความคิดก่อนคลี่ยิ้มออกมา(มันเป็นอะไรที่น่ารักมากเลย)
"อีกอาทิตย์นึงผมจะเดินทางไป"(เคลิ้ม)

"คร้าบบบบบบบบ งั้นไปกินมื้อเช้ากันฉันทำสุดฝีมือเลยนะ"

"เข้าใจแล้ว" ชายหนุ่มปิดปากหาวก่อนลุกไปอาบน้ำเพื่อมากินมื้อเช้า "สงสัยต้องเข้าไปอาบน้ำด้วยสะแล้วสิ"//เดินตามที่รักเข้าห้องอาบน้ำ
1 อาทิตย์

ชายหนุ่มเดินถือกระเป๋าเดินทางมาหยุดอยู่หน้าโรงเรียน
"ถึงแล้วสินะ...ว่าแต่ที่รักหายไปไหนแล้ว งั้นไปลงทะเบียนก่อนแล้วกัน"
ณ ห้องลงทะเบียน
(เดริก ราฟ ราฟาเอล รายงานตัวครับ)

"เสร็จจากลงทะเบียนก็เอาของไปเก็บสินะเสร็จแล้วค่อยไปหาที่รัก"กล่าวจบชายหนุ่มก็หายไปจากห้องทะเบียนอย่างรวดเร็วจะมีก็แต่สายลมที่พัดอ่อนในห้องลงทะเบียนเท่านั้น....
ขึ้นไปข้างบน Go down
Zero

avatar

จำนวนข้อความ : 60

ค่าสถานะ
พลังชีวิต:
70/100  (70/100)

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Sat Mar 14, 2015 5:03 pm

ณ หมู่เกาะเล็กๆทางใต้
"เฮ้ ซีโร่ข้ามีข่าวมาบอก"ชายผมทองใบหน้าประดับรอยยิ้มไว้ ตะโกนบอกหนุ่มแว่นผมน้ำตาลที่นอนเล่นอยู่บนเปล
"มีอะไรละร๊อค มีเรือพวกผู้ดีผ่านมาให้ปล้นแล้วรึไง"ซีโร่หันกลับไปบอกเหนื่อยๆเนื่องจากไม่มีอาหารตกถึงท้องมาหลายวันแล้ว
"ไม่ใช่ซะหน่อย แต่ถ้าได้ก็ดีนะจะอดตายกันหมดเกาะล่ะ"ร๊อคลูบท้องตัวเองที่ส่งเสียงร้องประท้วงไม่หยุด
"เรื่องนั่นช่างมันก่อน เมื้อกี้นายบอกว่ามีข่าวอะไรนะ"ซีโร่หันไปถามอีกครั้ง
"อืม นายเคยบอกว่านายเคยเรียนที่โรงเรียน... อืม ชื่ออะไรนะ"
"โรงเรียนมนตราหิมาลัย"ซีโร่พูดเตือนความจำ
"ใช่ๆ โรงเรียนนั่นล่ะ"ร๊อกพูดเสร็จก็โชว์ซองจดหมายสีขาวสนิทมีตราโรงเรียนมนตราประทับอยู่
"มีจดหมายเรียกตัวจากโรงเรียนนั้นมา..."ร๊อกพูดไม่ทันจบซีโร่ก็คว้าจดหมายไปอ่านเรียบร้อย
"ในที่สุดก็เปิดแล้วสินะ"ซีโร่ยิ้มบางๆเมื่ออ่านจดหมายเสร็จ มันทำให้เขาคิดถึงอดีตตอนโรงเรียนปิดเลยทันที

ตอนข่าวโรงเรียนปิดนั่นทำเขาช๊อกมาก เพราะเขาตอนนั้นไม่มีที่ไปไหนนอกจากโรงเรียนนั่นแล้ว ทำให้เขาต้องเร่ร่อนไปทั่วตามประสาคนไร้ที่อยู่ ตัวเขาตอนนั้นเงินก็หมด ฉลาดก็ไม่ฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ก็ไม่มี แถมไร้ซึ่งหัวการค้า จะไปทำงานอะไรก็ไม่มีใครรับ จนแทบต้องไปเป็นขอทานอยู่แล้ว

ในระหว่างที่เขาจะอดตายอยู่ข้างถนนแบบไร้คนเหลียวแลก็ได้พบเจอกับร๊อคชายผมทอง มาชวนให้ไปเป็นโจรสลัด เขาซึ่งมีทางเลือกไม่มากจึงตอบตกลงไป

หลังจากเข้าพวกโจรสลัดตำแหน่งที่เขาได้ก็คือเบ้แต่ก็ไม่ถือว่าแย่นัก เพราะไงก็มีข้าวให้กินทุกวันแม้จะเป็นของเหลือก็ตาม

จนเกิดเหตุการณ์หนึ่งเมื่อพวกทางการฉวยโอกาสตอนพวกโจรสลัดไม่อยู่เกาะบุกไปยังที่ซ่อนลับซึ่งมีเพียงเด็ก ผู้หญิงและคนชรา กับคนหนุ่มเพียงไม่กี่คนโดยซีโร่คือหนึ่งในนั้น

หลังใช้ชีวิตอยู่กับพวกโจรสลัดไม่นานเขาก็เริ่มคุ้นชิน ถึงได้รู้ว่าโจรสลัดไม่ได้ร้ายอย่างที่คิดเพราะสาเหตุที่พวกนี้ต้องมาเป็นโจรสลัดคือรัฐบาล

หลังจากเมืองหลวงที่อยู่ในสภาวะสงครามไม่โอกาสดูแลอย่างทั่วถึง จึงทำให้พวกรัฐบาลบางกลุ่มฉวยโอกาสกดขี่ประชาชน ใช้อำนาจในทางมิชอบ จนบางคนล้มละลาย บางคนตกงาน บางคนต้องไปเป็นทาส แต่ถึงอย่างนั้นพวกรัฐบาลยังคงเก็บภาษีแพงๆ ไม่คอยดูแลแก้ปัญหา จนตกผู้คนตกอยู่ในสภาวะเลวร้ายหนักจนต้องทำตัวเป็นมิจฉาชีพแบบพวกเขา

ซีโร่ก็พอเข้าใจจึงเริ่มสนับสนุนเป็นโจรสลัดเต็มตัวและเขาทำได้ดีมากจนถูกเลื่อนขั้นมาเป็นระดับหัวหน้าในเวลาสั้นๆ แม้ว่าซีโร่จะเป็นโจรสลัดแต่ก็ไม่ฆ่าใครถ้าไม่จำเป็น นำเงินที่ปล้นได้ไปช่วยเหลือชาวบ้านอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเขาไม่เคยคิดว่าทำเป็นการทำความดีทดแทนเพราะยังไงก็เป็นของที่ได้มาด้วยเลือด เขาทำเพียงเพื่อความสบายใจของตัวเอง

จบเรื่องราวครั้งก่อน

"แล้วนายจะทำไงต่อล่ะ"ร๊อคถามซีโร่ที่นิ่งไป
"ฉันจะกลับไปเรียน"ซีโร่ตอบสั้นๆแต่ร๊อคทำหน้าตกใจ
"นายจะบ้าเหรอ ก็รู้นี่ว่ากัปตันไม่ยอมให้ถอนตัวแน่ๆ โดยเฉพาะยิ่งนายเป็นคนหาเงินได้ดีที่สุดอีก"ร๊อกบอกเนื่องจากหลายเดือนมานี้ซีโร่ทำผลงานได้ดีกว่าใครๆ เพราะเขาเลือกที่จะปล้นพวกรัฐบาล แม้ความเสี่ยงจะเยอะแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจนกลายเป็นกลุ่มที่ทำเงินได้มากที่สุดไป
"ถึงงั้นฉันก็จะไป"ซีโร่พูดอย่างแนวแน่ก่อนจะเดินออกจากห้องไป โดยร๊อครีบวิ่งตามหลังมา
"ฉันว่านายคิดใหม่ดีกว่า"ร๊อคพยายามเกลี่ยกล่อมแต่ซีโร่ไม่สนใจเขาเดินเข้าห้องกับตันไป
เมื่อเข้ามาซีโร่ก็พบชายวัยกลางคนร่างยักษ์ ใบหน้าบูดบึ้ง ผมรกรุงรัง ไว้เคราสั้นๆเต็มใบหน้า ใส่ชุดโจรสลัดสีแดงทั้งตัว
"กับตันผมมีเรื่องจะคุยด้วย"ซีโร่พูดขึ้นจนกับตันหันมอง
"มีอะไร ก็พูดมา"เสียงทุ้มแห้งดังออกมาจากกับตันพร้อมกับสายตาที่จ้องมองมาที่ซีโร่จนเขารู้สึกดดัน
"ผมต้องการออกจากกลุ่มโจรสลัดครับ"

ปังงงงง

ทันทีที่พูดจบกับตันก็ตบโต๊ะอย่างแรงจนร๊อคถึงกับสะดุ้งตกใจ แต่ซีโร่กลับคงมองกับตันแบบไม่รู้สึกอะไรเหมือนเดิม
"แกคิดว่าโจรสลัดเป็นอะไร คิดจะเข้าก็เข้า คิดจะออกก็ออกเรอะ!"กับตันตะโกนลั่นจนซีโร่แทบอยากเอามือมาปิดหู
"ผมเข้าใจครับ แต่ตอนนี้ผมมีสิ่งที่อยากจะทำต่อและต้องการทำมันให้เสร็จขอให้กับตันอนุญาติด้วย"ซีโร่ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงราบรื่นเหมือนเดิม แต่ใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
"ถ้าจะเลิกเป็นโจรสลัดมีเพียงสองวิธี 1.คือพิการ 2.ตาย แกจะเอาแบบไหนล่ะซีโร่"กับตันพูดพร้อมชักดาบมาจ่อคอที่ซีโร่
"เดี่ยวก่อนครับ กับตัน"ร๊อคร้องห้ามแต่พอเห็นสายตาอำมหิตของกับตันทำให้เขาไม่กล้าพูดต่อ
"ถ้าไม่ได้กับตันช่วยเหลือไว้ ผมคงอดตายอยู่ข้างถนนแล้วเพราะงั้นถ้ากับตันต้องการชีวิตผม ผมก็จะไม่กล่าวโทษท่านแน่นอนครับ"ซีโร่พูดเรียบๆ
"หนอย แก"กับตันออกแรงทิ่มคอซีโร่จนมีเลือดซึมออกมา ร๊อคเห็นท่าไม่ดีก็เตรียมห้ามอีกครั้ง
"หึ เจ้าบ้า เอ้ย"อยู่ๆกับตันก็เก็บดาบแล้วเดินกลับไปนั่งเหมือนเดิม
"จะไปไหนก็ไป ข้าไม่ต้องการพวกหน่อมแหน่มแบบเจ้าหรอกนะ"กับตันกล่าวอย่างดูถูกพลางไล่ซีโร่เหมือนหมา ขนาดร๊อคที่อยู่ข้างๆก็ยังคิดว่านี่เป็นการหยามเกียรติเกินไป แต่ก่อนได้พูดอะไรซีโร่ก็ยกมือห้ามก่อน
"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ กับตันแล้วก็ลาก่อนครับ"ซีโร่โค้งตัวขอบคุณก่อนเดินหันหลังกลับไป

"อย่างนี้ดีแล้วจริงๆเหรอ"ร๊อคหันมาถามซีโร่ที่กำลังเก็บข้าวของอยู่
"ดีแล้ว แล้วก็ขอบใจมากนะร๊อคถ้าไม่ได้นาย ตอนนี้ฉันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้"ซีโร่หันไปขอบคุณ
"หึ เจ้าบ้าตอนนั้นที่ฉันชวนแกเพราะสมเพชหรอก"ร๊อคตอบกลับเคืองๆ
"ฮะๆๆๆ ถึงยังงั้นก็ขอบใจ"ซีโร่หัวเราะเบาๆก่อนจะสะพายเป้ใบเล็ก ของที่เขาพกไปไม่มีอะไรมากนอกจากเสบียงเล็กน้อยกับอาวุธประจำตัวเขา
"ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ"ร๊อคถามอีกครั้งแต่ซีโร่ส่ายหน้า
"ฉันตัดสินใจแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงฉันจะมาเยี่ยมแน่สัญญาเลย"ซีโร่ยิ้มบางๆจนร๊อคอดหมั่นไส้ไม่ได้
"ก็ลองไม่มาสิ ฉันจะพาพรรคพวกไปเยี่ยมนายถึงที่โรงเรียนเลย"ร๊อคพูดพลางมาล๊อคหัวขยี้หัวซีโร่เล่น
"อย่าทำงั้นนะ เฮ้ย เดี่ยวฉันได้โดนไล่ออกพอดี"ซีโร่รีบพูดห้ามก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะออกมา
หลังจากนั้นก็มีการจัดงานเลี้ยงอำลาซีโร่ขึ้นมา ด้วยการที่เขาค่อนข้างดังและมีมนุษย์สัมพันธ์ดีทำให้มีคนจำนวนมากมาเข้าร่วมงาน โดยในงานเลี้ยงมีทั้งการละเล่น การกินเหล้า การร้องเพลง แม้แต่ทะเลาะวิวาท ซึ่งถือว่าเป็นการจัดงานเลี้ยงแบบฉบับโจรสลัด งานเลี้ยงจัดถึงรุ่งสาง
"เล่นกันเต็มที่เลยนะ"ซีโร่มองสภาพแต่ละคนที่ดูไม่ได้ก่อนจะโดดลงเรือเล็ก เขาไม่ชอบกล่าวการอำลาเพราะไม่อยากจะเสียใจ เขาจึงอยากจากไปเงียบๆมากว่า
"ไปไม่ร่ำลากันเลยนะ"เสียงทักเอ่ยขึ้นจนซีโร่หันไปมองก็พบร๊อคอยู๋ในสภาพเมาหมดสภาพ
"ฉันเกลียดการบอกลานะ"ซีโร่ตอบกลับไปก่อนที่ทั้งสองจะเงียบไปพักใหญ่
"โชคดีนะซีโร่"อยู่ๆร๊อคก็พูดขึ้นมา
"โชคดีเช่นกัน"ซีโร่ยิ้มกลับก่อนจะโบกมือจากไป


"มาถึงซะที"ซีโร่มองโรงเรียนมนตราหิมาลัยที่จากไปนานแบบคิดถึง
"ฉันกลับมาแล้ว"เขาพูดเบาๆก่อนก้าวเดินเข้าโรงเรียนไป
ขึ้นไปข้างบน Go down
JohtoLugiaz

avatar

จำนวนข้อความ : 3

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Sat Mar 28, 2015 11:53 am

ณ ทิศใต้
"เช้าแล้วหรอเนี่ย" เด็กหนุ่มพึมพำเบาๆก่อนจะเดินจากไป ข้างหลังเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยเศษซากของเรือโจรสลัด
"เฮ้อ น่าเบื่อชะมัด"เด็กหนุ่มเดินไปทางทิศเหนือไปเรื่อยๆ จนถึงท่าเรือบ้านเกิดของเด็กหนุ่ม
"สวัสดีฮะ ทุกคน"เด็กหนุ่มเดินทักทายทุกคน แต่ทุกคนกลับไม่สนใจ และทุกคนก็รังเกียจเด็กหนุ่ม
"โอเคฮะ ผมไปก็ได้" เด็กหนุ่มเดินออกจากหมู่บ้านและเดินทางไปยังบ้านของเด็กหนุ่ม ที่แม่ของเด็กหนุ่มอาศัยอยู่
บ้านของเด็กหนุ่มเป็นบ้านหลังใหญ่(ประมาณคฤหาสถ์)
"แม่ฮะ ผมกลับมาแล้ว" เด็กวิ่งร้องไห้ไปหาแม่
"ไม่มีใครรักผมนอกจากแม่แล้วซินะฮะ" เด็กหนุ่มซบอกแม่และร้องไห้กับแม่
แม่ของเด็กหนุ่มเห็นจึงกอดปลอบ
"ไม่เป็นไรจ้ะ ลูเกีย แม่ยังอยู่นะ"แม่ลูเกียพูดออกมาเบาๆ
"เดี๋ยวผมไปหาอะไรให้แม่ทานนะครับ"ลูเกียเดินออกจากบ้านและเข้าไปในป่าเพื่อหาอาหาร
ตกค่ำ
"กรื๊ดดดดดด" เสียงของแม่ลูเกียกรื๊ดร้อง
"ฮ่ะ นั่นเสียงแม่นี่" ลูเกียรีบวิ่งกลับไปยังบ้าน
ิสิ่งที่ลูเกียได้เจอคือแม่ที่กำลังจะตาย กับ โจรสลัดที่กำลังบีบคอแม่อยู่และกำลังค้นหาของมีค่าภายในหมู่บ้าน
"แกตาย" ลูเกียโกรธมากจึงสร้างเงามาเป็นเคียวแล้วฆ่าโจรสลัดในพริบตา
"เฮ้ย ถ้าแกไม่หยุดฉันฆ่าแม่แกแน่" โจรสลัดคนหนึ่งถือมีดแล้วล็อคคอแม่ของลูเกียไว้
ลูเกียตกใจรีบหันไปมองโจรสลัด ด้วยสายตาแค้น
"เหอะ หลงกลฉันแล้วแก"โจรสลัดหยิบมีดแทงทะลุตัวแม่ของลูเกีย
"แม่!!!" ลูเกียตะโกนเสียงดังก่อนจะสร้างเคียวแล้วพุ่งไปฟันที่คอของโจรสลัดอย่างรวดเร็ว
"แม่ แม่ต้องอยู่กับผมนะ"ลูเคียร้องไห้ประคองร่างของแม่ก่อนที่แม่จะสิ้นใจ
"อย่าร้องไห้เลยลูก ลูกต้องไปสถานที่ๆหนึ่งน่ะ"แม่ของลูเกียเช็ดน้ำตาให้ลูเกียก่อนจะชี้ไปยังกล่องที่อยู่ในบ้าน
กล่องนั้นเป็นกล่องที่พ่อให้แม่ก่อนพ่อจะหายตัวไป
"แม่!!!"ลูเกียร้องไห้ตะโกนอยู่ทั้งคืน จนถึงเช้า ลูเกียจึงขุดหลุมฝังศพให้แม่
"ลาก่อนนะแม่"ลูเกียจึงเดินออกจากบ้าน แล้วเดินไปยังสถานที่ที่ระบุไว้

"เฮ้อ ไกลเหมือนกันนะเนี่ย"ลูเกียมองโรงเรียนขนาดใหญ่่
"ที่นี่ซินะ โรงเรียนมนตราหิมาลัย" ลูเกียจึงเดินก้าวเข้าไปในโรงเรียน






ขึ้นไปข้างบน Go down
ZesT



จำนวนข้อความ : 90

ค่าสถานะ
พลังชีวิต:
100/100  (100/100)

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)   Mon Mar 30, 2015 8:08 am

"...หืม?"
ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆ ก็พบกับ... สีดำ
"ที่นี่... ที่ไหนหล่ะนั่น?"
จะให้ยืนอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรก็ใช่ที่ ผมจึงลองเดินสำรวจรอบๆ แต่ก็พบเพียงความความมืดมิดเท่านั้น หลังจากผมเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาขัดความเงียบ
"นายหน่ะ..." หืม? ใครหน่ะ? เสียงคุ้นๆ...
ผมหันไปทางต้นเสียง ก็พบกับ เด็กหนุ่มผมดำคนหนึ่ง เขามีผมสีเงิน(หรือสีขาวหล่ะนั่น?) สวมเสื้อกันหนาวแบบมีฮู้ดสีดำสนิท และกางเกงวินด์เบรกเกอร์ขายาวสีน้ำเงิน สูงประมาณ170เซนติเมตร์กำลังยืนหันหลังให้อยู่
"...ลืมไปแล้วสินะ?" ลืมอะไรหล่ะนั่น? ตรูก็ยิ่งขี้ลืมอยู่ด้วยสิ...
"ลืม?" ผมเดอนไปหามันเพื่อที่จะได้คุยใกล้ๆ แต่กลับไม่เป็นผล... ร่างกายขยับไม่ได้เลย
"ใช่แล้ว... ลืม" เออ ตรูรู้แล้วว่าลืม แล้วตรูลืมอะไรหล่ะ?
"ลืมอะไรหล่ะ?" ถามแค่นี้ ทำไมต้องหัวเราะด้วยหล่ะ?
"นายต้องนึกให้ออกด้วยตัวเองหล่ะนะ..." แล้วตรูจะนึกออกไหมเนี่ย!?
"และเพื่อการนั้น นายจะต้องลืมอะไรบางอย่างเสียก่อน..." เห้ยไม่ต้องๆ แค่นี้ก็จำอะไรแทบไม่ได้แล้ว
"เอาเถอะ... ฉันไม่ทำให้นายลืมหมดหรอก อย่างมากก็แค่ล็อกความทรงจำ... หล่ะนะ" หัวเราะได้ชั่วร้ายมาก!
"อ้อ ต่อไปนี้... นายจะต้องอยู่รอดด้วยตัวคนเดียวแล้วนะ" หืม?
จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งออกมาจากร่างของผม...
"พวกนาย...?"
"โชคดีนะ..." เสียงนี้พวกนี้มัน...
"ทำไมหล่ะ!? ทำไมต้องหายไปด้วย...?"
"ก็เพราะฉัน... ไม่สิ พวกเราต้องการจะช่วยนายยังไงหล่ะ"
"เอาเถอะ... หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ" ...ทำไมหล่ะ!? ทำไม!?!
"พวกนาย... ทำไมถึงต้องไปหล่ะ!? แล้วฉันหล่ะ... อย่าทิ้งชั้นไว้คนเดียวสิ!!"
"ก็... มันหมดเวลาแล้วหล่ะนะ" หมดเวลา?
"ต่อไปนี้ นายจะต้องไปให้ได้... ด้วยตัวเอง"
"แต่ชั้นเป็นแค่... มนุษย์นะ!?"
"นี่ไง... ส่วนหนึ่งที่นายลืมไป" ...หา?
"เอาเถอะ... แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีตัวช่วยให้หล่ะนะ" ตัวช่วย?
"ร่ำลากันเสร็จหรือยัง?" ไอ้หนุุ่มหัวขาวพูดขึ้นมา
"เอาหล่ะ... ลาก่อนนะ หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก... เพื่อนที่สนิทที่สุดของฉัน"
"เธอหน่ะ... ทำได้อยู่แลวหนิ ดังนั้น... มาเริ่มกันเหอะ" พูดอะไรของนาย ไอ้หงอก!?
ทันใดนั้น รอบตัวของผมก็มีภาพความทรงจำของผมแล่นออกมามากมายจนผมเวียนหัว แต่ก่อนที่ผมจะสลบไป ก็เห็นเด็กหนุ่มผมขาวคนนั้นหันมายิ้มให้ผม ใบหน้านั้น... ผมนี่นา!?

"อ.. อืมมม"
ผมค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่งพลางมองไปรอบๆ
"ที่นี่... ที่ไหนหล่ะนั่น?" รอบตัวผมตอนนี้เป็น... สีดำสนิท
"ทำไม... เราถึงรู้สึกเหมือนลืมอะไรไปหล่ะนั่น?" ผมพยายามนั่งนึก นอนนึก ยืนนึก ก็นึกไม่ออกเสียที... ก็นะ จะให้นึกอะไรโดยไม่มีฐานเลยคงยาก...
"...หืม?" ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก็เจอกับ... แฟลชไดรฟ?
ผมเอามันขึ้นมาดูใกล้ๆ... มันเป็นแฟลชไดรฟสีดำสนิท และมีลวดลายประหลาดสีฟ้าพันอยู่ ราวกับป้องกันอะไรบางอย่างอยู่... ผมจำไม่เห็นได้เลยนะว่าผมเคยมีอยู่
ผมเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงไป ก็แถวนี้ไม่มีคอมพิวเตอร์นี่นะ จะให้เสียบกับอะไรหล่ะ
จะให้ยืนเบื่อไปเรื่อยๆก็ใช่ที่ ผมก็เลยลองเดินสำรวจไปเรื่อยๆ และแล้ว ผมก็เห็นแสงสว่าง... ส่องมาจากที่ๆหนึ่ง ผมก็เดินตามไปเรื่อยๆ ก็พบว่า มันเป็นโพรงอะไรบางอย่าง ผมก็เลยมุดออกไป...

ผลัก!
"อูย... เจ็บๆๆ" ผมค่อยๆลุกขึ้นยืนหลังจากตกจากที่สูง
"แล้วที่นี่... ที่ไหนอีกหล่ะเนี่ย?" ตอนนี้ผมอยู่ในที่ๆเหมือนกับซอยอะไรซักอย่าง... ผมก็ค่อยๆเดินออกไปข้างนอก ก็พบกับ...
ผู้คนมากมายกำลังเดินจับจ่ายซื้อของอยู่ แต่สิ่งที่ผมแปลกใจคือ... พวกเขาบางคนอยู่ในชุดแปลกตา เหมือนย้อนอดีตกลับไป แต่บางคนก็แต่งชุดปัจจุบันแฮะ... ผมก็เดินเอื่อยๆต่อไปเรื่อยๆ ก็เจอกับสิ่งที่ทำให้ต้องประหลาดใจยิ่งกว่า... นั่นมัน เวทมนตร์เรอะ!? ปกติเคยเห็นแต่ในเกม...
ผมได้แต่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะส่ายหัวเรียนสติ แล้วค่อยๆเดินต่อไปเรื่อยๆ จนไปถึงที่ๆหนึ่งเหมือนกับว่าเป็นน้ำพุกลางเมือง แล้วไปนั่งพักอยู่ตรงนั้น...
"สรุปที่นี่มัน... ที่ไหนหล่ะเนี่ย?" ผมพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แล้วจู่ๆก็ไปได้ยินอะไรบางอย่าง
"โรงเรียนมนตราหิมาลัย ตอนนี้กลับมาเปิดเรียนแล้วนะ" ...หืม?
"ไอ้โรงเรียนนั่นหน่ะเหรอ... ก็ดีแฮะ"
มนตราหิมาลัย...?
"โอ้ยยยยยย!!!" จู่ๆผมก็เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนถึงขนาดต้องลงไปนอนดิ้นที่พื้น
"เห้ย ไอ้หนู เป็นอะไรหรือเปล่า?" มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม
"ม... ไม่เป็นไรครับ" ผมตอบเขาไปขณะค่อยๆยันตัวลุกขึ้น
"มนตราหิมาลัย..." ผมเอาฮูดสีดำขึ้นมาสวมหัว แล้วค่อยๆเดินไปยังทิศทางหนึ่ง
"...ฉันกลับมาแล้ว บ้านเก่า" ผมแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย พลางเดินไปเรื่อยๆ โดยถ้าสังเกตดีๆ... จะเห็นว่าผมกลายเป็นสีเงินทั้งหัว

"ที่นี่สินะ..." ผมยิ้มน้อยๆกับความทรงจำที่ยังใช้การได้
"อืม... คิดอีกทีให้มันไปลุยเองดีกว่าแฮะ" ผมหลับตาลง แล้วปล่อยให้ผมสีเงินกลับมาเป็นสีดำสนิทดังเดิม
"ที่นี่... ?" ผมมองไปรอบๆตัว ก็รู้สึกได้ว่า ตัวเองไม่ได้อยู่ที่น้ำพุกลางเมืองแล้ว แต่มาอยู่ในที่ๆเหมือนกับหน้าประตูโรงเรียนแทน
"...มนตราหิมาลัย?" ผมอ่านป้ายชื่อโรงเรียน อันนี้ไง ที่เขาบอกว่ากลับมาเปิดเรียนสินะ
"...อึก!!" ผมทรุดตัวลงไปคุกเข่าที่พื้นเพราะอาการปวดหัว
"...ยังไงก็ต้อง... เข้าไป ให้ได้..." ผมลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆเดินอย่างทุลักทุเลเข้าไปในโรงเรียน โดยที่ในหัวมีเพียงความคิดที่ว่า แค่ต้องเข้าไปให้ได้...
พอเดอนเข้ามาถึงจุดๆหนึ่งในโรงเรียน อาการปวดหัวก็หายไป แล้ว... เข้ามาแล้วทำอะไรต่อหล่ะ? จำอะไรไม่ได้เลย... แต่ที่สำคัญกว่านั้น
ตรูอยู่ส่วนไหนของโรงเรียนหล่ะเนี่ย!?
ขึ้นไปข้างบน Go down
 
กิจกรรมประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 1 (ประจำสัปดาห์ที่ 9-30 มีนาคม 58)
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
โรงเรียนมนตราหิมาลัย :: ห้องกิจกรรม-
ไปที่: